โรคพาร์โวไวรัส ภัยเงียบที่เจ้าของต้องรู้เท่าทัน

31 March 2025
|
เขียนโดย
admin
โรคพาร์โวในสุนัข (Canine Parvovirus หรือ CPV) เป็นโรคที่มีความรุนแรงและสามารถคร่าชีวิตสุนัขได้ภายในเวลาไม่กี่วันหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง เจ้าของสุนัขทุกคนจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับโรคพาร์โว เพื่อช่วยปกป้องสุนัขจากภัยร้ายนี้
พาร์โวไวรัสคืออะไร?
Canine Parvovirus (CPV) หรือที่เรียกกันว่า "พาร์โว" เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินอาหารของสุนัข โดยเฉพาะในลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียน และสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลถึงชีวิตได้
- เชื้อไวรัสที่ติดต่อในสุนัข
- มีผลต่อ ลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร
- อาเจียน ท้องเสียรุนแรง เมื่ออาหาร
- แพร่กระจายผ่านทางอุจจาระ
- อาจถึงแก่ชีวิตได้
อาการของโรคพาร์โวไวรัส
หากไม่รักษาหรือไม่ได้ตรวจเชื้อเบื้องต้น อาจเกิดผลกระทบดังนี้
- ภาวะขาดน้ำรุนแรงจากอาการท้องเสียและอาเจียน
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเนื่องจากเม็ดเลือดขาวถูกทำลาย
- การติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายช็อกและอาจเสียชีวิต
การตรวจเชื้อพาร์โวไวรัสด้วย ATK สำหรับสุนัขและแมว
ข่าวดี! ปัจจุบันเจ้าของสามารถตรวจเชื้อพาร์โวเบื้องต้นได้เองที่บ้าน ด้วยชุดตรวจ ATK สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งช่วยให้สามารถดูแลสุนัขได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
ป้องกันดีกว่ารักษา! อย่าลืมฉีดวัคซีนพาร์โวไวรัส
โรคพาร์โวไวรัส (CPV) เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและอันตรายต่อสุนัข หากพบเชื้อพาร์โวไวรัสในสุนัข ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้ทันทีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายและช่วยรักษาให้สุนัขฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
- แยกสุนัขออกจากตัวอื่นทันที เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อที่อาจติดไปยังสุนัขตัวอื่น
- ทำความสะอาดพื้นที่ ที่สุนัขอยู่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่สามารถกำจัดพาร์โวไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- รีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมตามสภาพและขั้นตอนการรักษา
- หมั่นดูแลสุขภาพสุนัข ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และป้องกันการเกิดโรคในอนาคต
ป้องกันดีกว่ารักษา!
การฉีดวัคซีนพาร์โวไวรัสเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคพาร์โวในสุนัข ลูกสุนัขควรได้รับวัคซีนเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ และควรฉีดกระตุ้นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและสามารถต่อสู้กับโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรคพาร์โวไวรัสเป็นภัยเงียบที่สามารถป้องกันได้ หากเจ้าของดูแลสุนัขอย่างเหมาะสม การฉีดวัคซีน การรักษาความสะอาด และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมาก
หากพบว่าสุนัขมีอาการผิดปกติ ควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับเจ้าตูบที่คุณรัก
✨ สุขภาพดี เริ่มต้นที่การดูแลที่ถูกต้อง! อย่าลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพของน้องหมา เพื่อให้พวกเขาอยู่กับคุณไปนาน ๆ 🐾💙